ทีมชาติอียิปต์ ปะเดินสนามพบกับ ทีมชาติอุรุกวัย

ทีมชาติอียิปต์ ปะเดินสนามพบกับ ทีมชาติอุรุกวัยอุรุกวัยเดินหน้าทำเกมบุกและครองบอลได้มากกว่า แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับอียิปต์ได้ จนครึ่งหลังผ่านไป 70 นาทียังเสมอกัน 0-0 ต่อมาในนาทีที่ 73 ซัวเรซมีโอกาสทอง เมื่อหลุดเข้าดวลตัวต่อตัวกับโมฮาเหม็ด เอล-เชนาวี นายทวารของอียิปต์ แต่จังหวะสุดท้ายผู้รักษาประตูอียิปต์ล้มตัวคว้าบอลไว้ได้ ช่วงท้ายเกม นาที 88 อุรุกวัยพลาดได้ประตู จากจังหวะลูกฟรีคิก เอดินสัน คาวานี ยิงปั่นบอลชนเสากระดอนออกมาพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย และในนาทีที่ 89 อุรุกวัยได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะลูกฟรีคิกด้านขวา การ์ลอส ซานเชซ เปิดเข้าไปในเขตโทษ โฮเซ มาเรีย คิเมเนซ กองหลังขึ้นมาโหม่งบอลตุงตาข่าย ในจังหวะที่อียิปต์เสียประตูกล้องจับภาพซาลาห์ถึงกับร่ำไห้อยู่ที่ม้านั่งสำรองและไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้แล้ว ช่วงทดเจ็บนักเตะจากแดนมัมมี่พยายามรุกหนักแต่ทวงคืนไม่ได้ จบเกมอุรุกวัยเฉือนชนะอียิปต์ 1-0 ประเดิมเก็บ 3 คะแนนเต็มเท่ากับเจ้าภาพรัสเซีย

หลังจบเกมเอ็กเตอร์ คูเปร์ กุนซือทีมชาติอียิปต์กล่าวถึงการให้ซาลาห์เป็นตัวสำรองและไม่ได้ลงเล่นเกมนี้ว่า “ซาลาห์เป็นนักเตะสำคัญของเรา แต่ตอนนี้เรามีทีมที่ดี เขาจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต เราจึงไม่อยากเสี่ยงส่งลงในเกมนี้ ผมคิดว่าเขาจะพร้อมลงสนามในนัดหน้า ด้านออสการ์ ตาบาเรซ หัวหน้าโค้ชทีมชาติอุรุกวัย เปิดเผยว่า โชคดีที่อียิปต์ไม่มีโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่เช่นนั้นอาจต้องเจอปัญหามากกว่านี้ ทีมชาติอียิปต์น่าจะทำได้ดีกว่านี้หากพวกเขามีโมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่เราเองก็ต้องเล่นในรอบคัดเลือกแบบไม่มีหลุยส์ ซัวเรซ และเอดินสัน คาวานี หลายนัด แต่ก็เก็บชัยชนะมาได้ ส่วนอียิปต์ เกมนี้พวกเขามีโอกาสที่จะเสมอกับเรา ตาบาเรซกล่าว

เกมการแข่งขันของทั้งสองทีมระหว่างเยอรมนีกับทัพโสมขาว

เกมการแข่งขันของทั้งสองทีมระหว่างเยอรมนีกับทัพโสมขาวเกมการแข่งขันของทั้งสองทีมระหว่างเยอรมนีกับทัพโสมขาวที่ดวลแข้งแต่ต้องพ่ายแพ้คะแนนไปทั้งสองทีม เริ่มต้นเกมทั้งสองทีมยังคงเล่นกันอย่างรัดกุม ฝั่งเยอรมนีเป็นฝ่ายได้บอลมากกว่า ในขณะที่เกาหลีใต้ พยายามหาจังหวะสวนกลับตลอด 10 นาทีแรก และต่อมาในนาทีที่ 19 เกาหลีใต้ ได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิก ชอง อูยอง ซัดเต็มข้อ มานูเอล นอยเออร์ แต่ยังตามมารับจังหวะสองได้ทัน จากนั้นในนาทีที่ 25 เกาหลีมีลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะพัวพันหน้าประตู ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง ซน ฮึงมิน ได้ยิงเต็มแรงในเขตโทษ แต่บอลข้ามคานไป อย่างไรก็ตามสถานการณ์หลังจากนั้น เยอรมนี ยังเป็นฝ่่ายครองบอลได้เหนือกว่า เพียงแต่หาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้ ผ่านไป 40 นาทียังเสมอ 0-0 ก่อนจะจบครึ่งแรก ครึ่งหลังทางฝั่ง เยอรมนี ได้โอกาสทอง เมื่อ เลออน โกเร็ตซ์กา ได้โขกในเขตโทษ แต่ โช ฮยอน-อู นายทวารเกาหลีใต้ พุ่งปัดทิ้งไปได้อย่างเหลือเชื่อ ในนาทีที่ 48

หลังจากนั้น “อินทรีเหล็ก” เปลี่ยนตัวส่งทั้ง มาริโอ โกเมซ และ โธมัส มุลเลอร์ ลงมาเพื่อเร่งทำประตูให้ได้ แต่ยังหาโอกาสทำประตูขึ้นนำไม่ได้ ขณะที่เกาหลีใต้มีลุ้นจากจังหวะสวนกลับเช่นกัน แต่ยังไม่เฉียบคม จนผ่านไป 70 นาที ยังเสมอกัน 0-0 และในนาที 78 เกาหลีใต้ อาศัยจังหวะสวนกลับ วางบอลยาวให้ ซน ฮึงมิน ได้สับไกจากหน้าเขตโทษ แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไป ส่วนในช่วงท้ายเกม เยอรมนี รุกหนักจนเกือบได้ประตู เมื่อ เมซุต โฮซิล เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษ มัตส์ ฮุมเมิลส์ ได้โหม่ง แต่บอลหลุดกรอบไป ในนาทีที่ 86

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เกาหลีใต้ ได้โอกาสเตะมุม ซน ฮึงมิน โยนเข้ามาในเขตโทษ แนวรับทางฝั่งเยอรมนี เคลียร์ไม่ขาด มาเข้าทาง คิม  ยองกวอน ยิงเข้าประตูไป ในนาที 92 แต่จังหวะแรก ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า แต่หลังจากดูวีเออาร์ ผู้ตัดสิน ตัดสินใจให้เกาหลีใต้ ได้ประตู 1-0 หลังจากนั้น เกาหลีใต้ ได้ประตูปิดกล่อง 2-0 จากจังหวะที่ มานูเอล นอยเออร์ ขึ้นไปช่วยทีมเพื่อลุ้นทำประตู แต่พลาดท่าเสียบอล เกาหลีใต้ยิงบอลยาวไปหน้าเขตโทษ บอลมาถึง ซน ฮึงมิน ยิงเข้าประตูไปแบบโล่งๆ ในนาที 90+7 จบเกม เกาหลีใต้ ชนะ เยอรมนี 2-0

ทุกการวิ่งที่นักเตะเกาหลีใต้กับเยอรมัน ฟอร์มยังคงดุเดือด

ทุกการวิ่งที่นักเตะเกาหลีใต้กับเยอรมัน ฟอร์มยังคงดุเดือดทุกการวิ่งที่นักเตะระหว่างทัพเกาหลีใต้กับเยอรมัน นั้นสำคัญ เกาหลีใต้ ปะทะ เยอรมนี แย่งตั๋วเข้ารอบดวลแข้ง 16 ทีม การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เป็นการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ นัดสุดท้าย ทีม“โสมขาว” เกาหลีใต้ ที่ยังไม่ชนะใครใน 2 นัดแรก พบกับ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์เก่า ที่ต้องการ 3 คะแนน เพื่อตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย การฟอร์มทีมของทั้งสองทัพนั้นเป็นที่น่าติดตามอย่างมากแต่ต้องตกรอบกันทั้งคู่

สำหรับรายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมประกอบด้วย

เกาหลีใต้ : โช ฮยอนอู (ผู้รักษาประตู), อี ยง, ยุน ยอง-ซอน, ฮง ชอล, คิม ยอง-กวอน, ชาง ฮยอน-ซู, คู จาชอล, ชอง อูยอง, อี แจ-ซอง, มุน ซอน-มิน และ ซน ฮึงมิน

ส่วนฝั่ง เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์ (ผู้รักษาประตู), โยนาส เฮกเตอร์, มัตส์ ฮุมเมิลส์, นิคลาส ซูเล, โยชัว คิมมิก, ซามี เคดิรา, โทนี โครส, เมซุต โอซิล, เลออน โกเร็ตซ์กา, ติโม แวร์เนอร์ และ มาร์โก รอยส์